Menu Close

ความเร็ว

ความเร็ว เพิ่มการเกิดอุบัติเหตุบนถนนจริงหรือ?

ความเร็ว

ความเร็ว เพื่อนๆชาวเยอรมัน ชาวออสเตรีย ที่นั่งร่วมวงสนทนา เกี่ยวกับเหตุการณ์ บ้านการเมืองไทย เขาจะระมัดระวังมากเลย ที่จะพูดถึงรัฐบาล และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ที่เมืองไทย คุยเรื่องขับรถดีกว่า ยูขับรถเองใช่ไหม?? เกือบจะทุกคนบอก เยส ๆ สนุกไหมขับรถที่เมืองไทย ทุกคนตอบเป็นเสียง

ผมแกล้งถาม ที่บ้านยูมีออโต้บาห์น ไม่ใช่รึ ( Autobahn ) คนเยอรมัน คนออสเตรีย เขามีถนนที่ไม่จำกัดความเร็ว ประมาณว่า รถแกมีแรงเท่าไหร่ ก็ใส่ให้สุด ยกเว้นบางช่วง เช่นจุดที่มีการก่อสร้าง จุดที่มีถนนเปียกลื่น และจุดที่ผ่านเมือง แบบนี้อุบัติเหตุไม่เยอะดอกรึ ผมถาม โนว์ ๆ พวกเขาตอบรัว ๆ แล้วมองหน้ากันยิ้ม ๆ ไม่เหมือนออโต้บาน ที่เมืองไทย พวกนี้หลายคน ได้เมียไทย รู้จักสำบัดสำนวน ออโต้ย่อมาจากคำว่าอัตโนมัติ บานก็มาจากคำว่าบานตะไท แปลรวมๆก็คือขับไปดีๆรถโดนชนบานตะไทตายเกลื่อนถนน ฮา

ครับ ประเทศไทยติดอันดับสองของโลก ที่มีอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด และครองอันดับหนึ่ง ในเอเชียที่การขับขี่บนนถนนอันตรายที่สุด อย่างที่บทความต่าง ๆ นอกประเทศใช้คำว่า Deadly!!! เพื่อนๆในวงสนทนาเติม ให้อีกสองสามอย่าง ว่าคนไทย เฟรนด์ลี่ ขนาดชกฝรั่งเบ้าตาแตก ยังชกไปยิ้มไปเลย น่ารักมว๊าก คนไทยชอบยิ้ม ดีใจ เสียใจ โกรธ หรืออารมย์เสีย คนไทยยิ้มตลอด คนดี คนบ้า ไอดูไม่ออก ทุกคนเดินยิ้ม กันหมดเลย

ที่เยอรมัน อัตราการเกิดอุบัติเหตุ ถึงขั้นเสียชีวิตบนออโต้บห์น แค่ 1.45 เคสต่อการเดินทาง 1000 ล้านกิโลเมตรเอง ทั้งปีก็จะมีอยู่น้อยกว่า 400 เคส  แค่สงกรานต์ เจ็ดวัน ก็ตายไปห้าหกร้อย นี่ยังไม่รวมปีใหม่ ตรุษจีน ปี ๆหนึ่งตายเกือบสามหมื่นคน

ถ้าเช่นนั้น ความเร็วเป็นปัจจัย ที่เพิ่มอัตราการเกิดอุบัติเหตุจริงๆหรือ

เรื่องการกำหนดจำกัดความเร็ว เป็นเรื่องที่ประเทศต่างๆใช้กัน เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ว่ากันว่าเป็นกลไก Enforcement ซึ่งเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งในการสร้างความปลอดภัยตามหลักอีสามตัว ( Education-Engineering-Enforcement ) เพื่อนในวงข้าวขยายให้ฟังว่า ที่ออโต้บาห์น เป็นถนนที่เป็นแบบ Access Restriction ถนนถูกออกแบบมาด้วยสมองของวิศวกร

ด้วยหลักวิศวกรรม รถราที่นั่น จะว่าไปแล้ว ก็เป็นรถที่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมสูงๆดีๆ ยี่ห้อดังๆทั้งนั้น ไม่เหมือนออโต้บาน ที่เมืองไทย แบบว่านึกจะเอาแท่งปูน เอาอะไรมากั้น นึกจะเอาป้ายไปแปะห้ามเลี้ยว ห้ามตรง ก็ทำ นึกจะขุดตรงไหนก็ขุด ที่บ้านไอไม่มี เมืองไทยนี่เฟรนด์ลี่ดี ทำอะไรก็ได้ สบายๆเลย ฮา ส่วนเรื่อง Education ไอไม่พูด เพราะวันนี้ไอมาเป็นนักเรียน ยูเป็นครู ไอไม่ขออกความเห็น ส่วน Enforcement อย่าให้ไอพูด เดี๋ยวยูจะอาย อืมๆๆๆ ไม่ต้องพูด ทั้งหมดก็ได้

โดยหลักการแล้ว การขับรถเร็ว ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด ของการเกิดอุบัติเหตุ แต่การขับรถเร็วทำให้โดนใบสั่ง ส่งมาในตู้ไปรษณีย์ เกือบจะทุกๆสัปดาห์ บางที่ความเร็วเกินแค่ 2 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ก็โดนแล้ว เดี๋ยวนี้ กล้องตรวจจับความเร็วมีทั่วไปหมด แถมด้วยกล้องตรวจจับ การเปลี่ยนเลน

ขับข้ามเส้นทึบ อีกยี่สิบเซ็นต์เองจะสุดแล้ว เปลี่ยนเลนชิดซ้ายเพื่อเตรียมขึ้นทางด่วน ผมว่าคนจำนวนไม่น้อย ที่มีความรู้สึกคล้ายๆกันว่า มันจะอะไรกันนักกันหนา ถนนเชื่อมระหว่างจังหวัด อย่างสายเอเซีย จำกัดความเร็วที่ 90 เห็นรถวิ่งกันครึ่ก ๆ ไปกันเป็นร้อยทั้งนั้น พอก็เร่งแซงคันหน้าเกิน 90 โดนเลย

ความเร็ว (Speed) ส่งผลอย่างไรต่อการเกิดอุบัติเหตุ

1. ทำให้ระยะหยุด (Stopping distance) ยาวขึ้น โดยเฉพาะเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่ต้องเบรกกระทันหัน มันหยุดไม่อยู่ใครที่ไม่เข้าใจ ว่าระยะหยุดคืออะไร
2. ทำให้ระบบความปลอดภัย ที่ถูกออกแบบมาเกินกว่า ที่จะรับไหว เช่น แรงปะทะที่เกิดขึ้นต่อห้องโดยสาร เกินกว่าที่โครงสร้างรถ ที่ออกแบบมา จะรับไว้ได้ ผลที่เกิดก็คือ รถทั้งคันยุบ กลายเป็นกองเหล็กยู่ยี่ ให้บรรดากู้ภัยได้มีโอกาสใช้เครื่องตัดถ่าง เพื่องัดศพออกมาจากซากรถ
3. ทำให้การตัดสินใจ แก้ไขสถานการณ์ คับขันมันไม่ทันการณ์
4. ทำให้การบังคับรถยากขึ้น รถบางรุ่น แค่ความเร็วเกินร้อย ก็แทบจะเหาะได้แล้ว
5. ทำให้การให้สัญญาน การหลบหลีกอันตรายทำได้น้อยลง

เมื่อเอาไปรวมกับ สภาพถนนที่ชำรุด ป้ายจราจรมีบ้าง ไม่มีบ้าง ติดผิดที่ผิดทาง การควบคุมการจราจรประเภท ที่แอบ ๆมุมมืดแล้วกระโดด มาขวางรถกระทันหัน และเพื่อนร่วมทางที่ชอบการขับขี่ แบบหวาดเสียว แซงแบบเสียวๆ ขับจี้ตูดให้เสียว ขับปาดซ้ายปาดขวา รวมไปถึงพวกหัวร้อน ขี้โมโห เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ขาใหญ่ขาเล็ก เด็กแว้น พวกขี้เมา ขี้ยา ม้าดีด สาระพัดบนนถนนในบ้านเมืองเรา

การที่ท่านรัฐมนตรี เสนอปรับอัตราจำกัดความเร็ว ผมนี่แหละคนหนึ่ง ที่ไม่คัดค้าน เพราะรำคาญใบสั่ง เหลือทนส่วนสภาพถนน ที่กล่าวมาจะเป็นอย่างไร มันไม่เกี่ยวกับร่ากฎหมาย ที่ท่านกำลังเสนอ ผมก็ไม่ก้าวก่าย เอาที่สบายใจเถิดครับ สำหรับผม การใช้ความเร็ว เป็นความรับผิดชอบ ของคนขับรถ ไม่งั้นเขาคงไม่มีคันเร่งไว้ให้เหยียบให้ผ่อน มีแต่คนไม่เต็มเท่านั้นแหละที่เอาแต่เหยียบอย่างเดียว ผ่อนไม่เป็น อะแหนะ!!! ไอ้คันหลังนั่น เร่งติดตูดมาเช๊ยะ !!! แบบนี้มันต้องเห็นฤทธิ์อีมาสด้า

การจัดการความเร็ว (Speed Management)

เป็นกลยุทธ์ที่ใช้จัดการปัญหาการใช้ความเร็วที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน โดยคำนึงถึงปัจจัยทั้งหมดที่มีอิทธิพลต่อการใช้ความเร็ว เช่น พฤติกรรมของผู้ขับขี่ ทัศนคติของผู้ขับขี่ การออกแบบถนน สภาพแวดล้อมข้างทาง สภาพการจราจร ยานพาหนะ กฎหมายความเร็วและการบังคับใช้ เป็นต้น

ดังนั้น มาตรการสำหรับการจัดการความเร็ว จึงต้องครอบคลุมมาตรการทุกด้าน (3E) ทั้งด้านวิศวกรรม (Engineering) ด้านการบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement) และด้านการรณรงค์ให้ความรู้ (Education)

มาตรการด้านวิศวกรรม (Engineering) เช่น

  • การกำหนดความเร็วจำกัดที่เหมาะสมกับประเภทถนนและสภาพแวดล้อม
  • การออกแบบถนนที่เหมาะสมกับลำดับชั้นของถนนและความเร็วที่ต้องการใช้งาน โดยให้น้ำหนักกับเรื่อง

ความคล่องตัว (Mobility) และความปลอดภัย (Safety) ของผู้ใช้ทางทุกประเภท อย่างเหมาะสม

  • การใช้มาตรการทางกายภาพ (Physical Countermeasure) เพื่อให้ถนนเป็นตัวช่วยควบคุม พฤติกรรม
  • การใช้ความเร็วของผู้ขับขี่ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย (Self-regulating roadway)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *