Menu Close

ความอดทน

ข้อเสีย ของคนที่มี ความอดทน มากเกินไป แบกรับความรู้สึกคนอื่น จนสุดท้ายกลับมาทำลายตัวเอง

ความอดทน

ความอดทน การสู้และอดทนกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาเพราะไม่ชอบการเผชิญปัญหาตรงหน้า ไม่อยากมีเรื่องต้องทะเลาะ มีการปะทะเกิดขึ้น ไอ้อดทนมันก็ดี แต่ทนมากไปมันก็มีข้อเสียเหมือนกัน ข้อเสีย ของ ” ความอดทน ” ที่มีมากจนเกินไป คนบางคน เลือกจะใช้ “ ความอดทน ” ที่มี ไปกับเรื่องราวอันไม่สมควร จนไม่รู้เลยว่า ต้องเผชิญหน้ากับข้อเสียที่เกิดขึ้นอย่างไม่จำเป็น

ความอดทนนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะฝึกให้เป็นนิสัยที่ต้องรู้จักอดทนกับทุกสิ่งที่เราต้องเจอในชีวิต ไม่ว่าจะเจอปัยหาเรื่องราวเลวร้ายแค่ไหนถ้าเรามีการฝึกความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจมามากพอก็ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันที่ดี เจอกับปัยหาเล็กหรือใหญ่เราก็ไม่หวั่น เพราะเรามีความอดทนในตัวเอง ซึ่งทำให้อยู่ในสังคมได้อย่างง่ายๆ สบายๆ

แต่ในทางกลับกัน หากใครไม่มีความอดทนก็ยิ่งทำให้เจอเรื่องเล้กๆ น้อยๆ ที่มากระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้ ทำให้เสียใจร้องไห้ฟูมฟายกลายเป็นคนเสียสติไปชั่วขณะ เพราะไม่รู้จักอดทนเอาไว้บ้าง เราจึงต้องรู้จักฝึกความอดทนของตนเอง เผื่อใจเอาไว้เจอกับปัญหาที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ทั้งครอบครัว การเรียน การทำงาน

การนั่งสมาธิ ฝึกจิตใจของเราก็ถือเป็นการฝึกความอดทนอีกรูปแบบหนึ่งที่ดีมาก ทั้งฝึกจิตใจเราให้เข้มแข็ง ฝึกสมาธิให้นิ่ง ฝึกความอดทนในการนั่งสมาธิ ทำให้เรามีสติปัญญาดี มีสติที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หากเราใช้ชีวิตแบบไร้สติ ก็ย่อมนำมาซึ่งควมหายนะ ความสูญสิ้นของคนที่ขาดสติ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนเมาที่ทำอะไรลงไปแบบไม่ค่อยรู้ตัว

ดังนั้นเราควรหันมานั่งสมาธิฝึกสติ ฝึกความอดทน เชื่อว่าสักวันหนึ่งเราต้องใช้ความอดทนกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้แต่กุหลาบที่สวยก็ยังมีขวากหนามมากมาย ก็เหมือนกับชีวิตคนเราที่ต้องรู้จักอดทนเพื่อสู้กับทุกสิ่งและตัวเราเอง

ไม่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง

ทุกอย่างบนโลกใบนี้ มักมีขีดจำกัดในตัวของมันเองเสมอ โดยเฉพาะ “ความอดทน” ของมนุษย์ทุกๆ คน ซึ่งถ้าหากมัวแต่ตามใจ ในสิ่งที่คนอื่นต้องการ ทั้งๆ ที่ตัวเอง ก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย แต่จำเป็นต้องก้มหน้ายอมรับไป เพราะหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ อาจทำให้ต้องกลายเป็นคนอดทนกับเรื่องที่ไม่สมควร จนไม่รู้จักขีดจำกัดเกี่ยวกับความอดทนของตัวเอง ว่าสามารถอดทนกับเรื่องราวต่างๆ ได้มากน้อยเพียงใด

ไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริง

คนที่ยอมอดทนกับอะไรมากๆ มักจะเป็นพวกที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึก และความต้องการที่แท้จริงของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมัวแต่ห่วงใยในความรู้สึกของคนอื่น จนเกรงกลัวว่า หากแสดงอะไรออกไป อาจจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่พอใจ จึงเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกของตัวเองไว้ แล้วกลายเป็นว่า สุดท้ายก็ไม่ได้บอกกล่าวในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

มักถูกมองข้าม เพราะไม่ค่อยมีใครเกรงใจ

คนประเภทนี้ จะชอบหลีกเลี่ยงการมีปากเสียงกับคนอื่น โดยการใช้ความอดทนเข้าช่วย เพื่อลดความขัดแย้งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จนทำให้ใครต่อใครเข้าใจไปเองว่า “เป็นบุคคลประเภทอะไรก็ได้”ซึ่งข้อเสียก็คือ มักถูกมองข้ามในเรื่องของความรู้สึก และไม่ค่อยมีใครสนใจ ที่จะถามถึงความต้องการลึกๆ ภายในมากเท่าที่ควร

เป็นที่รองรับอารมณ์

การเป็นบุคคลแบบนี้ ก็เหมือนกลายเป็นพวกที่ต้องรองรับอารมณ์ของผู้อื่นไปโดยปริยาย เพราะด้วยความอดทนที่มีสูงกว่าคนอื่นมากๆ จึงมักจะกักเก็บอารมณ์ และความรู้สึกทุกอย่างไว้ได้ดีกว่า จนสุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างก็เข้ามาโดยทิ้งอารมณ์แย่ๆ ไว้ให้แบกรับแค่เพียงคนเดียว

รู้สึกแย่ แต่ต้องหายเอง

บ่อยครั้งที่การใช้ความอดทนไปกับเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควร จะเป็นตัวการสร้างความรู้สึกแย่ให้เกิดขึ้นภายในจิตใจได้มากซึ่งสุดท้ายแล้ว คนเหล่านี้ ก็มักจะต้องเยียวยา และก้าวผ่านความรู้สึกร้ายๆ พวกนี้ไปด้วยตัวเอง เพราะเหตุผลที่ว่า เป็นคนที่มีความอดทนมากเพียงพอ

ทำร้ายจิตใจตัวเอง

อย่ามัวแต่คอยจ้องจะทำร้ายจิตใจตัวเอง ด้วยการอดทนไปกับเรื่องที่มองเห็นแล้วว่าไม่สมควร หรือการให้คนอื่นมามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของตัวเองมากจนเกินไป ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดเสมอ ควรแสดงออกให้พูดอื่นได้เห็นว่า เราเองก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถอดทนกับอะไรได้นานเช่นกัน

รู้สึกว่าไม่มีความสุข

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเป็นคนที่ใช้ความอดทนที่มากจนเกินขอบเขตุ สามารถส่งผลให้ชีวิต แตะต้องกับคำว่า “ความสุข” ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องมาจาก การนำทุกอย่างมาแบกรับไว้เพียงคนเดียว จนกลายเป็นบุคคลที่ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าภายในตัวเอง เพราะภายในใจมีแต่เรื่องราวแย่ๆ และอารมณ์ร้ายๆ จากคนอื่น

กลายเป็นคนเก็บกด

สิ่งแย่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการทำร้ายตัวเองได้มากที่สุด อันเนื่องมาจาก การอดทนกับอะไรต่างๆ มากจนเกินไป อาจส่งผลให้กลายเป็น “คนเก็บกด” และกลายเป็นคนสวนทางกับความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งบุคคลเหล่านี้ จะมีความน่ากลัวก็ตรงที่สิ่งต่างๆ ที่ได้เก็บสะสมอยู่ภายในใจ อาจเกิดการปะทุ จนสามารถทำร้ายคนรอบข้างได้ตลอดเวลา

เหตุผลที่เราไม่ควรอดทนกับ ความสัมพันธ์แย่ๆ

หลายคนเจอกับความรัก ความสัมพันธ์แย่ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมตัดใจเดินจากเขาไป มัวแต่อดทนอยู่กับความทุกข์แบบนั้น เพียงเพราะคิดว่า เสียดายเวลาที่เคยฟันฝ่ามาด้วยกัน

บางคนพยายามหาเหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ มาพยุงความสัมพันธ์แย่ ๆ ไว้ พยายามเอาเรื่องราวดี ๆ ในอดีตมาบวกลบกลบทับ แล้วบอกกับตัวเองว่า ที่ผ่านมาก็มีแต่เรื่องราวดี ๆ ทั้งนั้น จะให้ตัดใจยุติความสัมพันธ์ลงได้อย่างไร

คุณรู้หรือไม่ คุณกำลังหลอกตัวเอง!

3 สิ่งที่ไม่ควร ” อดทน ” กับความรัก

1. อดทนกับการโดนทำร้าย
2. อดทนเพื่ออยู่เป็นของตาย
3. อดทนเพื่ออยู่เป็นตัวเลือก

รู้หรือไม่ คู่ดี ๆ ไม่ได้มีแค่คนเดียวในโลก

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ กล่าวไว้ว่า คนเราไม่ได้สร้างเหตุที่จะมาเจอเพียงคนเดียวในสังสารวัฏนี้
เขาหรือเราอาจจะไปเจอคนใหม่ได้ทั้งนั้น ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เราสร้างเหตุเจอผู้คนมากมายร้อยแปดพันประการ ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นอยู่คนเดียวก็เหมือนปิดกั้นตัวเอง เช่น ไปสาบานว่าจะรักและรับใช้เขาคนเดียวตลอดกาล  ทั้งที่หลังจากนี้อาจมีคู่บุญคู่บารมีเดินเข้ามาในชีวิตก็ได้

ตามกฎธรรมชาติแล้ว เมื่อมีสิ่งหนึ่งจากไป ต้องมีสิ่งใหม่มาทดแทน ถ้ามัน “ไม่ใช่” ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเลิกราจากจรกันไปอยู่แล้ว สิ่งใหม่ที่เข้ามา อาจเป็นคู่บุญบารมีที่ทำให้ชีวิตดีกว่าเดิม หรืออาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เดินเข้ามาแล้วแย่กว่าเดิมก็ได้

“ดอกไม้บานแล้วร่วง เดี๋ยวก็มีดอกใหม่ฉันใด ความรักครั้งใหม่ที่สดใส เดี๋ยวก็เกิดใหม่ฉันนั้น”

ลองฝึกพึ่งพาตัวเอง กลับมาเห็นคุณค่าของตนเอง เลิกเอาความสุข ไปผูกติดกับคนอื่น วิธีนี้จะช่วยให้คุณ เป็นอิสระอย่างแท้จริง อีกทั้งยังทำให้คุณ ได้เห็นถึงโทษ ของความยึดมั่นในตัวกูของกู ได้มีเวลามานั่งใคร่ครวญอย่างจริงจังว่า เขาคนนั้นเป็นของคุณจริงหรือ คุณสามารถครอบครองเขาได้จริงหรือ หรือว่าเขาเพียงแต่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ เพียงเพื่อจะจากไปในที่สุด ไม่มีทางที่คุณจะยึดเป็นของคุณได้เลยแม้แต่นาทีเดียว

จงฝึกฝนคุณสมบัติ 3 ประการนี้และพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งที่สุด

1. จงมีความอดทน
ความอดทนคือคุณธรรมอย่างหนึ่ง มันไม่เพียงแต่เป็นคุณธรรมเท่านั้น แต่มันคือคุณสมบัติที่พึงมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องเผชิญช่วงวิกฤติในชีวิต คุณจะปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กลางพายุ

หรือจะหาที่หลบภัยจนกว่าพายุนั้นจะผ่านพ้นไป แต่ถ้าหากคุณได้ลงมือทำทุกๆ อย่างดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้แล้วละก็ สิ่งสุดท้ายที่คุณจะเชื่อใจได้คือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของตัวคุณเอง

และเฝ้ารออย่างอดทนในขณะที่โลกรอบๆ ตัวคุณค่อยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่าด่วนตัดสินใจ ปล่อยให้สถานการณ์มันเป็นไป และเมื่อโอกาสมาถึงจงคว้ามันไว้อย่างไม่ลังเล

2. จงเข้าใจการใช้เวลา
ความอดทนและเวลาคือสิ่งที่อยู่คู่กันเสมอ หากมีความอดทนที่ดี โอกาสก็จะมาถึงในที่สุด และเมื่อโอกาสมาถึง มันคือความรับผิดชอบของคุณแต่เพียงผู้เดียวที่จะคว้าประโยชน์จากมัน และนั่นคือตอนที่เวลากลายเป็นทุกๆ สิ่ง คนเราในฐานะมนุษย์ ควรที่จะฝึกฝนคุณสมบัตินี้ไว้อยู่เสมอ

เวลาสามารถส่งผลถึงทุกๆ แง่มุมในชีวิตของคุณได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่เรื่องของความสัมพันธ์ สุขภาพ หน้าที่การงาน การเงิน ไปจนถึงเรื่องต่างๆ ที่คุณจะนึกออก การเลือกใช้เวลานั้นส่งผลต่อทุกสิ่ง

เวลามักจะเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม และบางคนถึงขึ้นยอมรับคนที่เฉื่อยชาได้ราวกับเป็นวิถีของสังคม ลองคิดตามดูสิ คนที่สายเสมอ ทำหรือพูดในสิ่งที่ไม่ควรในเวลาที่ไม่เหมาะสม ไม่รู้ว่าเวลาไหนควรนิ่งเฉย เวลาไหนควรลงมือทำ คนแบบนี้จะมีความน่าเชื่อถือแค่ไหนกัน?

3. จงมีความมั่นใจ
ความมั่นใจเป็นคุณสมบัติอันพึงมี รู้กันดีว่าความมั่นใจสามารถทำให้คนๆ หนึ่งดูน่าดึงดูดขึ้นมาได้ เหตุผลนะหรือ? เพราะการมีความมั่นใจแสดงถึงความเชื่อมั่นในตนเอง เมื่อคุณแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ แล้วใครล่ะจะกล้าข้องใจในความสามารถของคุณ

การวิจัยจำนวนหนึ่งได้พิสูจน์ว่าความมั่นใจในตนเองมีผลโดยตรงต่อท่าทีการแสดงออก จงจำไว้เสมอว่าคุณสามารถรับมือกับอะไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสถานการณ์นั้นๆ จะเหนือความควบคุมของคุณ

แต่จงมีความมั่นใจว่าในท้ายที่สุดทุกๆ อย่างจะออกมาดีเอง จงมีความมั่นใจเสมือนว่ามันคือสิ่งที่ต้องศรัทธา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงอย่าสูญเสียความมั่นใจ เพราะการมีความมั่นใจจะมอบพลังและความกล้าหาญให้กับคุณ

จงเป็นตัวคุณในแบบที่ดีที่สุด
ความเจ็บปวดและความยากลำบากเป็นส่วนหนึ่งที่คุณต้องพบเจอในชีวิต แต่ถ้าหากคุณพัฒนาคุณสมบัติ 3 ประการนี้ให้แข็งแกร่ง ทัศนคติของคุณจะเปลี่ยนไป อารมณ์จะกลายเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้คุณทุกข์ทนจากความวิตกกังวลน้อยลงด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *